ถอดบทเรียนเวทีโลก PMCA ครั้งที่ 6 “เสริมพลังครูสู่อนาคต” สร้างสมดุลทักษะพื้นฐาน ความเป็นมนุษย์ และสมรรถนะด้าน AI จากครู 13 ประเทศ

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียนทั่วโลก คำถามสำคัญที่นักการศึกษาทุกคนต้องขบคิดคือ “ครูจะสร้างสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย กับการบ่มเพาะความเป็นมนุษย์และทักษะพื้นฐานของผู้เรียนได้อย่างไร?” คำตอบของโจทย์ข้อนี้ได้ถูกถ่ายทอดไว้อย่างน่าสนใจในเวทีการประชุมวิชาการนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 (Princess Maha Chakri Award Forum : PMCA)

อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และบทความสรุปจาก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) การประชุมวิชาการนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 จัดขึ้นควบคู่กับการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 4 ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม 2 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,200 คน ภายใต้หัวข้อหลัก “การเสริมพลังครูสู่อนาคต: การสร้างสมดุลระหว่างทักษะพื้นฐาน ความเป็นมนุษย์ และสมรรถนะด้าน AI”

ทำไมครูยุคใหม่ต้องสร้างสมดุล 3 แกนหลัก: ทักษะพื้นฐาน – ความเป็นมนุษย์ – สมรรถนะ AI

นายกฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สะท้อนภาพความท้าทายของการศึกษาในปัจจุบันว่า แม้ AI จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่หัวใจสำคัญของการศึกษาคือการที่ครูสามารถประสาน 3 องค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ได้แก่

  1. ทักษะพื้นฐาน (Foundational Skills): การอ่านออกเขียนได้ การคิดคำนวณ และทักษะการสื่อสารที่เป็นรากฐานของการต่อยอดองค์ความรู้ทุกแขนง
  2. ความเป็นมนุษย์ (Humanity & Resilience): ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้มแข็งทางจิตใจ คุณธรรม และความผูกพันระหว่างครู นักเรียน ครอบครัว และชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้
  3. สมรรถนะด้าน AI และดิจิทัล (AI & Digital Competency): การใช้ AI เป็นเครื่องมือขยายศักยภาพการคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาจริง และการสร้างนวัตกรรม

เจาะลึกไอเดียการสอนจากครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่ 6 (13 ประเทศ)

ในเวที Show & Share สุดยอดครูผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่ 6 จาก 13 ประเทศ (กลุ่มประเทศอาเซียน บังกลาเทศ ภูฏาน และมองโกเลีย) ได้นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ในการผสานเทคโนโลยีเข้ากับบริบทห้องเรียน ซึ่งทีมงานครูไทยเดฟได้คัดสรรกรณีศึกษาที่โดดเด่นด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาฝากคุณครูดังนี้

ประเทศ ครูต้นแบบ แนวคิดและเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่โดดเด่น
บรูไนดารุสซาลาม นางชาริฟะฮ์ บินติ ฮาจี โมห์ด ชาห์ลัน (ครูวิทยาการคอมพิวเตอร์) “ก้าวข้ามคำตอบจาก AI” เน้นการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ประยุกต์ใช้นวัตกรรม STEM และ STEAM เพื่อให้ผู้เรียนคิดสร้างสรรค์และแก้ปัญหาด้วยตนเอง ไม่พึ่งพาเพียงคำตอบสำเร็จรูปจาก AI
มาเลเซีย ทีเอส. โมฮัมหมัด รอสนิซัม บิน โมฮัมหมัด ยูซอฟ (ครูอาชีวศึกษาวิทยาศาสตร์การอาหาร) “สร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารด้วยพลัง AI ผ่าน Innovation Model Canvas” ให้นักเรียนสำรวจความต้องการของชุมชน ออกแบบผลิตภัณฑ์อาหาร และใช้ AI สนับสนุนการต่อยอดทรัพยากรเกษตรในท้องถิ่นสู่การเป็นผู้ประกอบการ
ฟิลิปปินส์ นางเลอา โดมิงโก (ครูประถมศึกษา) “การสอนคณิตศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อมผ่านการปฏิบัติ” ออกแบบกิจกรรมคณิตศาสตร์ระดับ ป.5–6 เชื่อมโยงบริบทชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยมี AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้
อินโดนีเซีย นางอาเด ปูตรี ซาร์เวนดะห์ (ครูการศึกษาพิเศษ) “จากการเรียนรู้ดิจิทัล สู่ทักษะที่ใช้ได้จริงในชีวิต” ใช้เกมการศึกษา สื่อดิจิทัล และการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) พัฒนาศักยภาพผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษให้พึ่งพาตนเองได้
เวียดนาม นางเหงียน ถิ ถู ลาน (ครูอนุบาลและผู้นำการพัฒนาเด็กปฐมวัย) “ห้องเรียนแห่งความสุข” สร้างห้องเรียนอัจฉริยะและห้องเรียนสีเขียว ใช้ AI ช่วยจัดการเรียนรู้ควบคู่กับการดึงผู้ปกครองและชุมชนมาร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง
ประเทศไทย นายไพรวัลย์ ยาปัญ (ครูโรงเรียนบ้านไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี) “ห้องเรียนธรรมชาติ : รากวิถีชีวิตสร้างโอกาส” ใช้สิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาชุมชนฝึกภาษาไทย ต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทำกิจกรรม “ขายข้ามเขาออนไลน์” พร้อมโครงการ “น้องส่งพี่เรียน พี่ส่งน้องเรียน”

นอกจากนี้ ครูจากประเทศอื่น ๆ ยังได้นำเสนอเทคนิคที่เน้นการสร้างความเข้มแข็งทางใจและสื่อต้นทุนต่ำที่ทรงพลัง เช่น ครูสิงคโปร์ (มาดาม อัง ซิง หยี่) ที่เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ (Resilience) ผ่านคำถามทบทวนตนเอง 3 ข้อ (“ฉันเป็นใคร”, “ฉันทำอะไรได้บ้าง”, “ฉันมีอะไร”) หรือ ครูเมียนมา (น.ส.มอว์ มอว์) ที่พัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษระดับ ม.ปลาย จากกลุ่มคำสู่เรียงความในห้องเรียนแบบไร้โทรศัพท์

มุมมองสำหรับครูไทยและชาว KruThaiDev: ก้าวข้ามคำตอบสำเร็จรูปของ AI สู่การลงมือทำจริง

บทเรียนที่ชัดเจนที่สุดจากครูทั้ง 13 ประเทศ คือ เทคโนโลยีจะมีคุณค่าสูงสุดเมื่อถูกนำไปรับใช้ชีวิตจริงของนักเรียนและชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI ร่วมกับ Innovation Model Canvas ของครูมาเลเซีย หรือการนำช่องทางออนไลน์มาช่วยนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลทำ “ขายข้ามเขาออนไลน์” ของครูไพรวัลย์ ยาปัญ คุณครูสามารถนำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ในวิชาการงานอาชีพ วิทยาศาสตร์ หรือวิทยาการคำนวณ เพื่อให้นักเรียนเห็นว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือสร้างโอกาสในชีวิตจริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: หัวข้อหลักของการประชุมวิชาการนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 (PMCA) คืออะไร? A: จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “การเสริมพลังครูสู่อนาคต: การสร้างสมดุลระหว่างทักษะพื้นฐาน ความเป็นมนุษย์ และสมรรถนะด้าน AI”

Q2: ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่ 6 มีที่มาจากกี่ประเทศ? A: มีครูผู้ได้รับพระราชทานรางวัลจาก 13 ประเทศ ได้แก่ ประเทศในภูมิภาคอาเซียน ติมอร์-เลสเต บังกลาเทศ ภูฏาน และมองโกเลีย

Q3: ครูตัวแทนประเทศไทยในรุ่นที่ 6 นำเสนอนวัตกรรมการสอนในรูปแบบใด? A: นายไพรวัลย์ ยาปัญ ครูโรงเรียนบ้านไล่โว่ จ.กาญจนบุรี นำเสนอแนวคิด “ห้องเรียนธรรมชาติ : รากวิถีชีวิตสร้างโอกาส” ที่บูรณาการสิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาชุมชนเข้ากับทักษะการเป็นผู้ประกอบการผ่านกิจกรรม “ขายข้ามเขาออนไลน์”

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top