การพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเขียนคำสั่ง (Prompt) เบื้องต้นอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่การวางกรอบมาตรฐานระดับสากล ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการได้ผนึกกำลังกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) และบริษัท หัวเว่ย (Huawei) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่ครูระดับมัธยมศึกษา เพื่อบูรณาการ AI เข้ากับการออกแบบการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบและมีจริยธรรม
ตามรายงานของ กระทรวงศึกษาธิการ นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมการพัฒนาครูตาม “หลักสูตรบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สู่การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามกรอบสมรรถนะ AI ของ UNESCO รุ่นที่ 2” ณ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) โดยมีครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เข้าร่วมจำนวน 100 คน
ขับเคลื่อนภายใต้โครงการ TEOSA ระยะที่ 2 ยกระดับโรงเรียนเปิดด้วยเทคโนโลยี
การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้โครงการ Technology-enabled Open Schools for All (TEOSA) ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของ 4 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่
- กระทรวงศึกษาธิการ (โดยสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ)
- องค์การยูเนสโก (UNESCO)
- บริษัท หัวเว่ย (Huawei)
- สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.)
เป้าหมายหลักของโครงการ TEOSA ระยะที่ 2 คือการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและเพิ่มขีดความสามารถของครูในการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้ในห้องเรียนเข้ากับทักษะการทำงานในโลกอนาคต
เจาะลึกหลักสูตรตามกรอบ UNESCO AI Competency Framework for Teachers
ความโดดเด่นของหลักสูตรนี้คือการออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับ กรอบสมรรถนะ AI ของ UNESCO สำหรับครู (UNESCO AI Competency Framework for Teachers) ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การใช้เครื่องมือสำเร็จรูป แต่ครอบคลุม 4 มิติสำคัญที่ครูยุคใหม่ต้องรู้ ได้แก่
- การใช้ AI อย่างมีจริยธรรม (Ethical Use of AI): ตระหนักถึงความโปร่งใส ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลนักเรียน และการป้องกันอคติทางอัลกอริทึม
- การเข้าใจศักยภาพและข้อจำกัดของเทคโนโลยี: รู้ว่างานใดควรใช้ AI เป็นผู้ช่วยคิดแผนและกลยุทธ์ และงานใดที่ต้องอาศัยการตัดสินใจและวิจารณญาณของครู
- การออกแบบการเรียนรู้ที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน: นำองค์ความรู้แบบ KSA (Knowledge ความรู้, Skills ทักษะ, Attitude ทัศนคติ) ไปออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน สถานศึกษา และความแตกต่างของแต่ละพื้นที่
- การสร้างสื่อและกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม: เน้นกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ที่ครูได้ลงมือทำจริงและสามารถนำกลับไปขยายผลผ่านผู้บริหารและทีมงานในสถานศึกษาได้ทันที
รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เน้นย้ำแนวคิดว่า ครูในยุค AI ต้องไม่ใช้เครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบูรณาการการสอนเพื่อทำให้ผู้เรียน “คิดเป็น” ฝึกสภาวะความเป็นผู้นำในการถ่ายทอดความรู้แก่ผู้อื่น และสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
มุมมองสำหรับครูไทยและชาว KruThaiDev: นำกรอบสมรรถนะ AI ของ UNESCO ไปปรับใช้ในงาน PA ได้อย่างไร?
สำหรับเพื่อนครูที่กำลังเตรียมแผนการจัดการเรียนรู้หรือพัฒนานวัตกรรมเพื่อประเมินวิทยฐานะผ่านระบบ DPA (เกณฑ์ PA) แนวทางจากหลักสูตรนี้สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที:
- เปลี่ยนจากการใช้ AI “ทำสื่อแทน” เป็นใช้ AI “ออกแบบกระบวนการคิด”: ลองใช้ AI ช่วยจำลองสถานการณ์ (Simulation) หรือสร้างโจทย์ปัญหาปลายเปิดที่เชื่อมโยงกับบริบทชุมชน เพื่อกระตุ้นทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนมัธยม
- ระบุจริยธรรมการใช้ AI ในแผนการสอน: เมื่อมอบหมายงานให้นักเรียนสืบค้นหรือใช้ AI ช่วยทำงาน ควรกำหนดกติกาการอ้างอิงและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (AI Verification) ไว้ในเกณฑ์การประเมิน (Rubric) อย่างชัดเจน
- สร้าง PLC ด้าน AI ในโรงเรียน: ครูที่ผ่านการอบรมหรือมีความเชี่ยวชาญด้านไอทีสามารถตั้งวง PLC เล็ก ๆ ในหมวดวิชา เพื่อแลกเปลี่ยน Prompt และแนวปฏิบัติที่ดีในการลดภาระงานเอกสารและยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: หลักสูตรบูรณาการ AI ตามกรอบสมรรถนะของ UNESCO รุ่นที่ 2 มีกลุ่มเป้าหมายคือใคร? A: กลุ่มเป้าหมายในรุ่นที่ 2 คือครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จำนวน 100 คน
Q2: โครงการ TEOSA ระยะที่ 2 คือความร่วมมือของหน่วยงานใดบ้าง? A: เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ (สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป.ศธ.), องค์การ UNESCO, บริษัท Huawei และสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.)
Q3: หัวใจสำคัญของ UNESCO AI Competency Framework for Teachers คืออะไร? A: ให้ความสำคัญกับการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม การเข้าใจศักยภาพและข้อจำกัดของเทคโนโลยี การออกแบบการเรียนรู้โดยใช้องค์ความรู้ KSA (Knowledge, Skills, Attitude) และการสร้างสื่อที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เรียนอย่างมีความรับผิดชอบ



















