นอกจากการยกระดับวิชาการและทักษะดิจิทัลแล้ว “สุขภาวะทางใจ” ของทั้งนักเรียน คุณครู และบุคลากรทางการศึกษา ถือเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสถานศึกษาปลอดภัย ล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการได้บูรณาการความร่วมมือข้ามกระทรวงกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เตรียมนำเทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล หรือ ระบบบริการตรวจรักษาจิตเวชทางไกล (Telepsychiatry) เข้ามาใช้ในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ พร้อมนำร่องจัดตั้ง “ห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์” ในสถานศึกษา 100 แห่ง
ตามรายงานจาก สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประชุมหารือร่วมกับ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จากกระทรวงแรงงาน, นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และผู้แทนสำนักงานประกันสังคม เพื่อเดินหน้ามาตรการดูแลสุขภาพจิตของนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองอย่างครบวงจรแบบไร้รอยต่อ
รู้จัก “ห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์” และระบบ Telepsychiatry ในโรงเรียน
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เปิดเผยว่า ความร่วมมือ 3 ฝ่ายในครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยให้การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตในโรงเรียนทำได้รวดเร็วและทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
- นำร่องจัดตั้งห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์ 100 แห่ง: เบื้องต้นกระทรวงศึกษาธิการจะนำร่องจัดตั้งห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์ในโรงเรียน 100 แห่ง ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการแล้วในหลายสถานศึกษา เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี
- เชื่อมตรงจิตแพทย์และนักจิตวิทยาผ่านระบบออนไลน์ (Telepsychiatry): ใช้ระบบตรวจรักษาจิตเวชทางไกลดึงนักจิตวิทยาและจิตแพทย์เข้ามาร่วมประเมิน ให้คำปรึกษา และดูแลผู้เรียนรวมถึงคุณครูผ่านระบบออนไลน์ได้โดยตรงจากภายในโรงเรียน
- เชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ครอบคลุมทั้งนักเรียนและครู: ระบบนี้จะเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์จาก สปสช. สำหรับนักเรียนและนักศึกษา และเชื่อมโยงสิทธิ ระบบประกันสังคม สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นผู้ประกันตน เพื่อให้ทุกกลุ่มได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงโดยไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย
อบรมครูคัดกรองความเสี่ยง “กลุ่มสีเขียว-สีเหลือง” พร้อมระบบส่งต่อที่รวดเร็ว
นอกจากการติดตั้งระบบ Telepsychiatry แล้ว กระทรวงศึกษาธิการยังให้ความสำคัญกับการป้องกันเชิงรุกควบคู่กับการส่งเสริมความประพฤตินักเรียน (ตามแนวทางการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือ พสน. ที่ สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อนควบคู่กัน) โดยมีขั้นตอนสำคัญในโรงเรียน ได้แก่
- การฝึกอบรมครูให้สังเกตสัญญาณเตือน (Early Detection): เสริมทักษะให้ครูสามารถคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งใน กลุ่มสีเขียว (กลุ่มปกติ/เฝ้าระวังทั่วไป) และ กลุ่มสีเหลือง (กลุ่มเริ่มมีความเครียดหรือความเสี่ยง) เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายไปสู่ระดับอันตราย
- การวางระบบส่งต่อ (Referral System) ที่ชัดเจน: สปสช. และกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำแนวทางการส่งต่อผู้ป่วยที่รวดเร็ว หากการประเมินผ่านระบบ Telepsychiatry พบกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเฉพาะทางจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- เตรียม Kick-off แคมเปญระดับประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2569: กระทรวงศึกษาธิการและภาคีเครือข่ายเตรียมเปิดตัวแคมเปญอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ต้อนรับการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569
มุมมองสำหรับครูไทยและชาว KruThaiDev: เทคโนโลยีสุขภาพดิจิทัลที่ช่วยดูแลใจ “ครูผู้สอน” ด้วยเช่นกัน
จุดที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งของโครงการนี้ คือการไม่ได้มองเพียงแค่มิติของนักเรียน แต่ยังครอบคลุมถึง “ครูและบุคลากรทางการศึกษา” โดยเชื่อมสิทธิประกันสังคมเข้ากับระบบ Telepsychiatry ด้วย สำหรับโรงเรียนที่กำลังพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนยุคดิจิทัล ครูฝ่ายแนะแนวและครูไอทีสามารถเตรียมความพร้อมได้ดังนี้
- จัดเตรียมพื้นที่ที่เป็นส่วนตัวและปลอดภัย (Private Space): ห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์ไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แต่ควรเป็นห้องที่เก็บเสียง มีคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตพร้อมกล้องเว็บแคม หูฟัง และอินเทอร์เน็ตที่เสถียร เพื่อให้ผู้รับคำปรึกษารู้สึกปลอดภัยในการพูดคุยกับนักจิตวิทยา
- การรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA): ข้อมูลด้านสุขภาพและจิตเวชถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวสูง (Sensitive Data) โรงเรียนจึงต้องกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลการคัดกรองอย่างรัดกุม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ระบบ Telepsychiatry ที่กระทรวงศึกษาธิการนำมาใช้ในโรงเรียนคืออะไร? A: คือระบบบริการตรวจรักษาจิตเวชทางไกลผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ช่วยเชื่อมโยงนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถรับการประเมินและคำปรึกษาจากนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ได้โดยตรงผ่านห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์ในโรงเรียน
Q2: โครงการห้องสุขภาพจิตอิเล็กทรอนิกส์จะนำร่องกี่โรงเรียน และเริ่มเมื่อไร? A: เบื้องต้นจะนำร่องจัดตั้งในโรงเรียน 100 แห่ง (โดยเริ่มดำเนินการแล้วในบางแห่ง เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี) และเตรียม Kick-off แคมเปญอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569
Q3: ครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถใช้บริการระบบนี้ได้หรือไม่? A: ใช้ได้ครับ เนื่องจากเป็นการบูรณาการความร่วมมือ 3 ฝ่าย (ศธ., กระทรวงแรงงาน และ สปสช.) โดยเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์จาก สปสช. สำหรับนักเรียน และเชื่อมโยงระบบประกันสังคมสำหรับครูและบุคลากรที่เป็นผู้ประกันตน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ: รวมพลัง 3 ฝ่ายเพื่อสุขภาวะทางใจครู-นร. ศธ.-แรงงาน-สปสช. สร้างระบบดูแลสุขภาพจิตไร้รอยต่อ เตรียม Kick-off พ.ย. นี้
- สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ: “อัครนันท์” มอบ 41 รางวัล “เสมาพิทักษ์” ปี 69 ชูบทบาท พสน. ป้องกันภัยรอบตัวนักเรียน



















