รัฐบาลกำชับให้สถานศึกษาติดตาม PM2.5 เป็นประจำทุกวันและนำข้อมูลมาปรับการเรียนการสอน หลังเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2569 แนวทางครอบคลุมการลดกิจกรรมกลางแจ้ง การใช้ห้องเรียนปลอดฝุ่น และการดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยง ส่วนการปรับรูปแบบเรียนหรือเปิด–ปิดโรงเรียนต้องพิจารณาตามสถานการณ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลจากรัฐบาลเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพนักเรียน ครู และบุคลากรในช่วงที่หลายพื้นที่เริ่มเข้าสู่ระยะเฝ้าระวังฝุ่นละอองขนาดเล็ก สพฐ. ได้แจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตและสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษให้กำกับสถานศึกษาในสังกัดดำเนินมาตรการอย่างเคร่งครัด
สาระของแนวทางนี้คือใช้ข้อมูลคุณภาพอากาศประกอบการตัดสินใจ ไม่กำหนดรูปแบบกิจกรรมเหมือนกันทุกวันหรือทุกพื้นที่ โดยให้ติดตามผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai และประเมินความเหมาะสมกับนักเรียนของแต่ละโรงเรียน
สีค่าฝุ่นต่างกัน โรงเรียนปรับกิจกรรมอย่างไร
ตามข่าวทางการ แนวทางพิจารณากิจกรรมแบ่งได้ดังนี้
- สีฟ้าหรือสีเขียว: จัดการเรียนการสอนและกิจกรรมได้ตามปกติ
- สีเหลือง: ลดกิจกรรมนอกอาคารให้เหมาะกับระดับคุณภาพอากาศ
- สีส้มหรือสีแดง: เพิ่มการป้องกัน ใช้หน้ากากป้องกัน PM2.5 จัดการเรียนภายในอาคารหรือห้องเรียนปลอดฝุ่น และลดหรืองดกิจกรรมกลางแจ้ง
เมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น โรงเรียนอาจต้องพิจารณาปรับรูปแบบการเรียนการสอน รวมถึงการเปิด–ปิดสถานศึกษาตามความเหมาะสมและระเบียบที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรแปลข้อความนี้ว่าเพียงเห็นข่าวเรื่องฝุ่นแล้วทุกโรงเรียนต้องหยุดเรียนพร้อมกัน
ผู้ปกครองและนักเรียนควรรอประกาศของโรงเรียนหรือหน่วยงานต้นสังกัดสำหรับการเปลี่ยนรูปแบบเรียนจริง ส่วนครูที่รับผิดชอบกิจกรรมกลางแจ้งควรตรวจข้อมูลและประสานผู้บริหารก่อนจัดกิจกรรม ไม่ใช้ข่าวภาพรวมแทนการประเมินพื้นที่ของตน
เด็กเล็กและผู้มีโรคประจำตัวต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
รัฐบาลเน้นให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรสื่อสารสถานการณ์ฝุ่นและวิธีป้องกันตนเองแก่นักเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมสังเกตอาการผิดปกติ โดยเฉพาะเด็กเล็กและนักเรียนที่มีโรคเกี่ยวกับหัวใจหรือระบบทางเดินหายใจ
โรงเรียนยังต้องเตรียมห้องเรียนปลอดฝุ่นและทำความสะอาดอาคารเรียนอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีบทบาทติดตามและลงพื้นที่ช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ ไม่ปล่อยให้สถานศึกษารับมือปัญหาเพียงลำพัง
สำหรับการสื่อสารกับครอบครัว สิ่งสำคัญคือแจ้งให้ชัดว่าโรงเรียนปรับกิจกรรมอะไรและมีผลกับผู้เรียนกลุ่มใด แยกเรื่องการงดกิจกรรมกลางแจ้งออกจากเรื่องการหยุดเรียน เพื่อไม่ให้ผู้ปกครองเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือพลาดข้อมูลดูแลบุตรหลาน
มาตรการไม่ได้จบที่การสวมหน้ากาก
นอกจากการรับมือเฉพาะหน้า ข่าวทางการยังกล่าวถึงการลดมลพิษระยะยาว เช่น ส่งเสริมการเดินทางร่วมกันหรือใช้ขนส่งสาธารณะ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และให้เครือข่ายนักเรียน ลูกเสือ เนตรนารี นักศึกษาวิชาทหาร และจิตอาสามีส่วนร่วมรณรงค์ในชุมชน
แนวทางดังกล่าวเปิดพื้นที่ให้โรงเรียนเชื่อมการดูแลสิ่งแวดล้อมกับการเรียนรู้ แต่ต้องไม่ขัดกับมาตรการป้องกันสุขภาพในวันที่คุณภาพอากาศไม่เหมาะสม การรณรงค์ลดฝุ่นจึงไม่ใช่เหตุผลให้จัดกิจกรรมกลางแจ้งต่อทั้งที่สถานการณ์ยังเสี่ยง
ติดตามข้อมูลพื้นที่ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ข่าวนี้เป็นแนวทางเตรียมรับมือ ไม่ได้รายงานว่าทุกพื้นที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน และไม่ได้ระบุค่าฝุ่นเฉพาะโรงเรียน การดูข้อมูลจริงควรตรวจสถานที่และเวลาที่รายงานใน Air4Thai ร่วมกับคำชี้แจงล่าสุดของหน่วยงานในพื้นที่ หากมีคำสั่งหรือมาตรการใหม่ โรงเรียนและผู้ปกครองควรติดตามฉบับล่าสุดก่อนวางแผนเดินทางหรือจัดกิจกรรม




















